คู่มือมือใหม่: ปูพื้นฐานกติกา “ป๊อกเด้ง” และศัพท์ต้องรู้ จบครบใน 5 นาที
หากพูดถึงเกมไพ่ที่ครองใจคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย “ป๊อกเด้ง” คือราชาที่ไม่มีใครล้มได้ ด้วยความรวดเร็วของเกม ความเรียบง่ายของกติกา และรสชาติของความตื่นเต้นเมื่อได้ลุ้นไพ่ใบที่สาม ทำให้ป๊อกเด้งเป็นมากกว่าเกมพนัน แต่เป็นกิจกรรมเข้าสังคมที่ขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสเกมนี้มาก่อน ศัพท์แปลกๆ อย่าง “สองเด้ง” “สามเหลือง” หรือ “ตอง” อาจทำให้สับสนได้ บทความนี้จะพาคุณไปปูพื้นฐานให้แน่น ปิดจุดบอด และเตรียมพร้อมลงสนามได้อย่างมั่นใจภายใน 5 นาที
เป้าหมายของเกม: 8 และ 9 คือพระเจ้า
หัวใจของป๊อกเด้งมีเพียงข้อเดียว: ทำแต้มในมือให้ใกล้เคียง 9 มากที่สุด
โดยในเกมจะแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย คือ “เจ้ามือ” (Dealer) และ “ผู้เล่น” (Player) หรือที่เรียกกันว่า “ขา” วัดผลแพ้ชนะกันระหว่าง ผู้เล่นแต่ละคน กับ เจ้ามือ เท่านั้น (ผู้เล่นไม่ได้แข่งกันเอง)
1. วิธีการนับแต้ม (พื้นฐานที่สุด)
ไพ่แต่ละใบมีค่าดังนี้:
- A (Ace): มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
- 2 – 9: มีค่าตามเลขหน้าไพ่
- 10, J, Q, K: มีค่าเท่ากับ 0 แต้ม (ไม่มีราคาในแง่แต้มรวม)
การคิดแต้มรวม:
นำแต้มของไพ่ทุกใบในมือมารวมกัน ถ้าเกิน 10 ให้เอาเฉพาะเลขหลักหน่วย เป็นแต้มตัดสิน
- ตัวอย่างที่ 1: ได้ไพ่ 4 กับ 5 = รวม 9 แต้ม (เรียกว่า “ป๊อก 9” สูงสุด)
- ตัวอย่างที่ 2: ได้ไพ่ K (0) กับ 8 = รวม 8 แต้ม (เรียกว่า “ป๊อก 8” รองลงมา)
- ตัวอย่างที่ 3: ได้ไพ่ 7 กับ 6 = รวม 13 –> ตัดเลข 1 ออก เหลือ 3 แต้ม
- ตัวอย่างที่ 4: ได้ไพ่ 10 กับ 5 กับ J (0) = รวม 15 –> เหลือ 5 แต้ม
2. ลำดับการเล่น: แจก จั่ว และวัดดวง
เกมจะดำเนินไปตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
- วางเดิมพัน: ผู้เล่นทุกคนวางเงินเดิมพันตามที่ต้องการ (ไม่เกินลิมิตที่เจ้ามือกำหนด)
- แจกไพ่: เจ้ามือแจกไพ่ให้ทุกคนรอบวง (รวมตัวเอง) คนละ 2 ใบ
- วัดผลรอบแรก (ป๊อก):
- ทุกคนเปิดดูไพ่ 2 ใบแรก
- ถ้าใครได้แต้มรวม 8 หรือ 9 ให้หงายไพ่ทันที เรียกว่า “ป๊อก”
- กฎเหล็ก: ถ้า เจ้ามือป๊อก (ได้ 8 หรือ 9) เกมจบทันที! เจ้ามือจะกินคนที่แต้มน้อยกว่า และจ่ายคนที่แต้มเท่ากันหรือมากกว่า (ถ้ามี) โดยที่ผู้เล่น ไม่มีสิทธิ์จั่วใบที่ 3
- การจั่วไพ่ (Draw):
- ถ้าเจ้ามือ ไม่ป๊อก เกมจะดำเนินต่อ ผู้เล่นที่มีแต้มน้อย (เช่น 0-5 แต้ม) สามารถเลือก “จั่ว” ไพ่เพิ่มได้อีก 1 ใบ เพื่อให้แต้มดีขึ้น
- ข้อควรจำ: การจั่วมีความเสี่ยง หากจั่วมาแล้วแต้มลด (เช่น เดิมมี 4 จั่วได้ 10 แต้มเท่าเดิม แต่ถ้าจั่วได้ 9 แต้มจะกลายเป็น 3) ต้องคิดให้ดี
- วัดผลรอบสุดท้าย: เปิดไพ่ใบที่ 3 แล้ววัดแต้มกับเจ้ามือ ใครแต้มมากกว่าชนะ
3. ศัพท์ต้องรู้และอัตราจ่ายพิเศษ (The Multipliers)
เสน่ห์ของป๊อกเด้งไม่ได้อยู่ที่ชนะหรือแพ้ แต่อยู่ที่ “เด้ง” ซึ่งหมายถึงตัวคูณเงินรางวัล นี่คือสิ่งที่มือใหม่ต้องจำให้แม่น:
- สองเด้ง (x2):
- เกิดขึ้นเมื่อมีไพ่ 2 ใบในมือเป็น ดอกเดียวกัน (เช่น โพดำทั้งคู่) หรือ เลขเดียวกัน (เช่น เลข 5 สองใบ)
- ถ้าชนะ จะได้เงิน 2 เท่า / ถ้าแพ้ จะเสียเงิน 2 เท่า
- สามเด้ง (x3):
- เกิดขึ้นเมื่อจั่วไพ่ใบที่ 3 แล้วไพ่ทั้ง 3 ใบเป็น ดอกเดียวกัน ทั้งหมด
- อัตราจ่าย 3 เท่า
- สามเหลือง (x3) หรือ “ขอบ”:
- คือการถือไพ่ในกลุ่ม J, Q, K ทั้ง 3 ใบ (เช่น J-J-K หรือ Q-K-K)
- ถือว่าเป็นแต้มพิเศษ ชนะแต้มปกติทุกแต้ม (แพ้แค่ป๊อก 8/9 และตอง)
- อัตราจ่าย 3 เท่า
- ตอง (x5):
- คือการได้ไพ่เลขเดียวกันทั้ง 3 ใบ (เช่น 7-7-7 หรือ A-A-A)
- ถือเป็นไพ่ใหญ่ที่สุดในสายจั่วไพ่ 3 ใบ ชนะทุกอย่าง (แพ้แค่ป๊อก 8/9 ในรอบแรก)
- อัตราจ่าย 5 เท่า (บางที่เล่น x3 แล้วแต่ตกลง)
- เรียง (x3):
- ไพ่ 3 ใบเรียงเลขกัน (เช่น 4-5-6 หรือ 10-J-Q) ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน
- อัตราจ่าย 3 เท่า
4. เทคนิคการตัดสินใจสำหรับมือใหม่
คำถามโลกแตกคือ “แต้มเท่าไหร่ถึงควรพอ?”
- 0 – 3 แต้ม: ต้องจั่ว! (ไม่มีทางเลือก เพราะแต้มน้อยเกินไปที่จะชนะเจ้ามือ)
- 4 แต้ม: 50/50 แต่ส่วนใหญ่นิยม จั่ว เพราะโอกาสได้ไพ่ 1-5 แต้มเพื่อเพิ่มค่ามีสูง
- 5 – 7 แต้ม: ควรอยู่ (Stay) เพราะเป็นแต้มกลางๆ ที่มีโอกาสชนะเจ้ามือได้ และการจั่วมีความเสี่ยงที่จะได้ไพ่ 10, J, Q, K แล้วแต้มเท่าเดิม หรือได้เลขที่ทำให้แต้มลดลง
- 8 – 9 แต้ม: ป๊อกแน่นอน หงายไพ่รับเงิน!
บทสรุป
ป๊อกเด้งเป็นเกมที่ใช้เวลาเรียนรู้ไม่นาน แต่ใช้เวลาทั้งชีวิตในการลุ้น กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่คือ “ดูดอกไพ่ให้ดี” อย่ามัวแต่นับเลขจนลืมดูว่าไพ่ในมือเป็นดอกเดียวกันหรือไม่ เพราะจากที่จะได้กำไรธรรมดา คุณอาจพลาดโอกาสทำกำไร “สองเด้ง” ไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อเข้าใจกติกาพื้นฐานและศัพท์เหล่านี้แล้ว คุณก็พร้อมที่จะเข้าสู่วงไพ่ (หรือห้องเกมออนไลน์) ได้อย่างไม่อายใคร ขอให้สนุกกับการคำนวณและความตื่นเต้นครับ!










